สกรีนDFT เทคโนโลยีงานพิมพ์เสื้อที่กำลังมาแรงในยุคปัจจุบัน

 


ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการงานพิมพ์เสื้อได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่นิยมใช้วิธี ซิลค์สกรีน (Silkscreen) หรือ สกรีนฮีตทรานเฟอร์ (Heat Transfer) ปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงตลาดอย่างชัดเจน นั่นคือ สกรีนDFT (Direct Film Transfer) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการร้านสกรีนเสื้อรายใหญ่ ไปจนถึงผู้เริ่มต้นที่ต้องการสร้างแบรนด์เสื้อผ้าเล็ก ๆ ของตัวเอง

บทความนี้ผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านงานสกรีน จะพามาเจาะลึกว่า สกรีนDFT คืออะไร มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร เหมาะกับงานแบบไหน และจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างไร


สกรีน DFT

สกรีนDFT คืออะไร?

สกรีนDFT (Direct Film Transfer) คือกระบวนการพิมพ์ลายลงบนแผ่นฟิล์มพิเศษด้วยเครื่องพิมพ์ระบบหมึก DTF (Direct to Film) จากนั้นจึงนำฟิล์มที่พิมพ์เสร็จไปโรยกาวผง (Hot Melt Powder) แล้วใช้ความร้อนทำให้กาวติดกับลาย ก่อนจะนำไปรีดร้อนบนเสื้อผ้า ทำให้ลายสกรีนติดแน่นสวยงาม

ต่างจากการ สกรีนDTG (Direct to Garment) ที่พิมพ์ตรงลงบนเสื้อผ้า แต่สกรีนDFT ใช้ฟิล์มเป็นตัวกลาง ทำให้สามารถนำไปติดบนเสื้อผ้าได้หลากหลายชนิด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสีพื้นของเสื้อหรือเนื้อผ้าที่แตกต่างกัน


ข้อดีของสกรีนDFT

1.         ใช้ได้กับเสื้อผ้าหลากหลายชนิด
ไม่ว่าจะเป็นผ้าฝ้าย (Cotton), โพลีเอสเตอร์ (Polyester), ผสม (Blend) หรือแม้กระทั่งผ้าเนื้อพิเศษ ก็สามารถรีดลายสกรีนDFT ได้เกือบทั้งหมด

2.         รองรับการพิมพ์ทุกสี
สามารถพิมพ์ลายที่มีรายละเอียดเยอะ เช่น งานโทนสีไล่ระดับ (Gradient) งานภาพถ่าย หรือกราฟิกซับซ้อน โดยไม่จำกัดเฉดสี

3.         ความคมชัดสูง
ลายที่ได้มีความละเอียด สีสด ไม่แตกง่าย

4.         ผลิตจำนวนน้อยได้
ตอบโจทย์งานสั่งทำ 1-10 ตัว โดยไม่ต้องลงทุนทำบล็อกสกรีนเหมือนวิธีเก่า

5.         เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
ผู้ประกอบการที่ใช้สกรีนDFT สามารถรับออเดอร์ได้รวดเร็วและหลากหลายมากขึ้น


ข้อเสียที่ควรรู้ของสกรีนDFT

แม้สกรีนDFT จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีบางจุดที่ผู้ประกอบการควรพิจารณา

  • ต้นทุนเครื่องพิมพ์สูงกว่าการสกรีนแบบดั้งเดิม
  • ต้องใช้หมึกและผงกาวคุณภาพ ไม่เช่นนั้นลายสกรีนอาจหลุดลอกหรือสีไม่สด
  • ต้องมีการเคลือบและดูแลเครื่อง สม่ำเสมอเพื่อป้องกันหัวพิมพ์ตัน

สกรีนDFT เหมาะกับใคร?

1.         ผู้ประกอบการร้านสกรีนเสื้อ ที่ต้องการเพิ่มบริการงานด่วน งานจำนวนน้อย แต่คุณภาพสูง

2.         เจ้าของแบรนด์แฟชั่นเล็ก ๆ ที่ต้องการผลิตเสื้อรุ่นใหม่อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องสต็อกเยอะ

3.         องค์กรหรือชมรม ที่ต้องการทำเสื้อกิจกรรมเพียงไม่กี่สิบตัว

4.         ฟรีแลนซ์ด้านงานพิมพ์ ที่ต้องการเครื่องมือยืดหยุ่น รับงานหลากหลายรูปแบบ


เปรียบเทียบ สกรีนDFT vs. สกรีนDTG

รายการ

สกรีนDFT

สกรีนDTG

ความหลากหลายผ้า

ใช้ได้แทบทุกชนิด

  ส่วนใหญ่ใช้ได้ดีกับผ้าฝ้าย

สีสัน

สีสด คมชัด ไม่จำกัด

  สีสด แต่ขึ้นอยู่กับพื้นผ้า

จำนวนการผลิต

จำนวนน้อย-ปานกลางได้ดี

  เหมาะกับงานจำนวนน้อย

ความทนทาน

ค่อนข้างทน ขึ้นกับคุณภาพกาว

  ทนดี แต่สีอาจซีดเร็วกว่า

ต้นทุน

อุปกรณ์แพง แต่คุ้มค่าในระยะยาว

  เครื่องแพงและค่าบำรุงรักษาสูง


วิธีดูแลเสื้อที่สกรีนDFT

เพื่อให้ลายสกรีนDFT อยู่กับเสื้อผ้าได้นาน ควรดูแลดังนี้

  • ซักด้วยน้ำเย็นหรืออุณหภูมิปกติ
  • กลับด้านเสื้อก่อนซักเพื่อลดแรงเสียดสี
  • หลีกเลี่ยงการอบร้อนอุณหภูมิสูง
  • ห้ามรีดตรงบนลายสกรีน

แนวโน้มอนาคตของสกรีนDFT

ตลาดงานพิมพ์เสื้อกำลังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสั่งทำเสื้อในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง (Small Batch Production) ซึ่งสกรีนDFT ตอบโจทย์ตรงนี้ได้อย่างดี

หลายผู้ประกอบการในประเทศไทยเริ่มลงทุนในเทคโนโลยีนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรงงานพิมพ์เสื้อใหญ่ ๆ หรือร้านเล็ก ๆ ที่ต้องการสร้างความแตกต่าง ซึ่งคาดว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า สกรีนDFT จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่แทนที่การสกรีนแบบเก่าในหลายด้าน


บทสรุป

สกรีนDFT ถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้การพิมพ์เสื้อผ้ามีความยืดหยุ่นสูง ใช้ได้กับหลากหลายเนื้อผ้า พิมพ์ลายละเอียดคมชัด ผลิตจำนวนน้อยได้โดยไม่เสียต้นทุนสูง แม้จะต้องลงทุนกับเครื่องพิมพ์และดูแลรักษามากกว่าวิธีดั้งเดิม แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คุ้มค่า

สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะเริ่มธุรกิจสกรีนเสื้อ หรือเจ้าของร้านที่อยากขยายบริการใหม่ ๆ สกรีนDFT คือโอกาสที่ไม่ควรมองข้าม

 

รับสกรีนเสื้อ แบบมืออาชีพ บทความนี้ช่วยคุณแก้ทุกปัญหาเรื่องงานสกรีน ให้จบในครั้งเดียว

การสกรีนเสื้อดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แต่มันไม่ง่ายเสมอไป โดยเฉพาะเวลาลูกค้ามีข้อจำกัดด้านเวลา งบประมาณ หรือแบบงานที่ซับซ้อน บทความนี้ตั้งใจ...